บันทึกอาเซียน
ASEAN DIARY
“นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช กับ อาเซียน”
*
คุณสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของไทยถึงแก่อสัญญกรรมเช้าวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ด้วยโรคมะเร็ง อายุ 74 ปี เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551 พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551
คุณสมัคร มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานสำคัญของประเทศไทยกับอาเซียนโดยตรง แม้จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงไม่ถึงปี และเป็นประธานอาเซียนเพียงเดือนเดียว
หลังนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ ร่วมลงนามรับรองกฎบัตรอาเซียน ณ ที่ประชุมสุดยอดครั้งที่ 13 ที่สิงคโปร์ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2550 ทำให้ราชอาณาจักรไทยได้เริ่มเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551 อันเป็นช่วงเวลาที่คุณสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีพอดี คุณสมัคร จึงเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่สอง ต่อจากคุณบรรหาร ศิลปอาชา ที่ได้ทำหน้าที่ประธานอาเซียน ส่วนนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์ เวชชาชีวะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่สี่ที่ทำหน้าที่ประธานอาเซียน ต่อจากนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนสองครั้ง แต่มีนายกรัฐมนตรีสี่คนทำหน้าที่ประธานอาเซียน สำหรับคุณสมัคร สุนทรเวช โดยเฉพาะนั้น คุณสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีผู้ทำหน้าที่รับมอบตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ทันที โดย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เดินทางมาทำพิธีส่งมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการที่กระทรวงการต่างประเทศ ในงานวันอาเซียน 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551 คุณสมัครกล่าว ณ ที่ประชุมจัดงานวันอาเซียนในค่ำวันนั้นด้วยอารมณ์ที่สดใสร่าเริงมาก แสดงความเป็นนายกรัฐมนตรีไทย แสดงความเป็นประธานและผู้นำอาเซียนได้อย่างมั่นใจในแบบฉบับที่คึกคักเป็นกันเองของคุณสมัครที่ผมคุ้นเคย คุณสมัครขึ้นเวทีบรรายายพิเศษเรื่องเกี่ยวกับอาเซียนเป็นภาษาอังกฤษอย่างสบายๆด้วยน้ำเสียงแบบไทยๆของคุณสมัคร ไม่เคอะเขินในการใช้ภาษาอังกฤษแต่อย่างใด ในช่วงต้นคุณสมัครบรรายาตามบทที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจัดเตรียมมาให้โดยไม่ตกหล่น แถมยังแทรกบางสิ่งที่ท่านต้องการพูดเองด้วยเล็กน้อย เนื้อหาในการบรรยายก็เป็นแนวทางการให้อาเซียนเป็นของประชาชน ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทมีส่วนร่วมในการสร้างประชาคมอาเซียน บทบรรยาแบบที่เป็นมาตรฐานของกระทรวงการต่างประเทศที่อาจทำให้นายกรัฐมนตรีท่านอื่นเวลาอื่นอ่านและแสดงสุนทรพจน์ได้เหมือนๆกัน เมื่อการบรรยายตามบทจบสิ้นลงคุณสมัครก็เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างครื้นเครงด้วยการบอกผู้ฟังซึ่งเต็มไปด้วยคณะฑูตานุฑูต ชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมากว่า “จบบทที่เจ้าหน้าที่เขียนมาให้แล้ว คราวนี้ขอพูดเองนอกบท ตามใจตัวเองที่อยากจะพูดบ้าง”
ถึงตอนนี้ผมนั่งฟังด้วยใจระทึกและเกร็งไปทั้งตัว เนื่องจากเกรงว่าคุณสมัครตอนนี้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะพูดผิดพูดถูกโดยใช้ภาษาอังกฤษแบบลูกทุ่งไทยที่คุณสมัครนิยมพูดอะไรตามใจปรารถนาอยู่เสมอได้อย่างไร หากพลาดไปจะสร้างปัญหายุ่งยากทางการฑูตตามมา แต่การพูดด้วยอารมณ์ดี ผสมอารมณ์ขัน และการพูดจากหัวใจโดยไม่มีบทเตรียมมาก่อนทำให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ผมสังเกตุผู้ฟังทั้งห้องฟังกันอย่างเพลิดเพลิน ภาษาอังกฤษของคุณสมัครนั้นฟังได้รู้เรื่อง โครงสร้างไวยากรณ์ที่ถูกต้องเป็นส่วนใหญ่แสดงถึงการมีประสบการณ์การใช้ภาษาอังกฤษมายาวนานตั้งแต่ครั้งทำงานที่สถานทูตอิสราเอล รวมทั้งที่เคยเรียนวิชามัคคุเทศก์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนประสบการชีวิตในสหรัฐอเมริกา ทำให้ได้ความรู้สึกว่าคุณสมัครสื่อความรู้ ความเข้าใจ และความรักในอาเซียนได้อย่างสนุก
คุณสมัครออกตัวก่อนแต่แรกว่าปัญหาการเมืองในประเทศไทยจะมิทำให้บทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียนจะลดถอยลง ตรงกันข้ามรัฐบาลไทยของท่านจะทำหน้าที่ให้สมภาคภูมิ คุณสมัครออกตัวว่าตัวท่านเองไม่ถึงขนาดจะทำตัวเป็นผู้นำหเนือรัฐสมาชิกอื่นอีกเก้าประเทศ แต่จะทำงานด้วยกัน ไปไหนไปด้วยกัน เอาไงเอากันเสมอทุกเรื่องไป คุณสมัครท้าวความถึงอดีต 41 ปีย้อนหลัง สดุดีท่าน ดร.ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในปี 2510 ที่ริเริ่มความคิดก่อตั้งอาเซียนโดยเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ และรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ไปคุยกันเตรียมการก่อตั้งอาเซียนที่บ้านแหลมแท่นชายหาดบางแสน แล้วมาลงนามก่อตั้งอาเซียนที่วังสราญรมย์ อันเป็นที่ตั้งกระทรวงการต่างประเทศก่อนที่จะย้ายมาที่ถนนศรีอยุธยาในปัจจุบัน ความรู้เชิงประวัติศาสตร์อาเซียนของคุณสมัคร แม่นยำ และเล่าให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ แสดงถึงความเข้าใจและมีการติดตามข่าวสารเรื่องอาเซียนมาตลอดเป็นอย่างดี จากนั้นคุณสมัครก็พูดถึงปัญหาการเมืองในประเทศที่รัฐสมาชิกอาเซียนเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะที่ว่าไทยยังมิได้ให้สัตยาบันต่อกฎบัตรอาเซียน การเตรียมการประชุมสุดยอดครั้งที่ 14 ที่ไทยจะต้องจัดที่กรุงเทพก็มีปัญหาชงักงันเพราะการชุมนุมประท้วงทางการเมืองของชนสองกลุ่มสองสัญญลักษณ์สีที่เป็นปฏิปักษ์กัน รวมทั้งกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาก็ยังอ้อยอิ่งอยู่ แต่คุณสมัครก็ให้ความมั่นใจต่อมิตรประเทศอาเซียนว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ เพราะความล่าช้าเรื่องสัตยาบันเป็นเพียงขั้นตอนของรัฐสภา มิใช่ปัญหาเชิงนโยบายของรัฐบาลแต่อย่างใดเลย รับรองว่าไทยที่เคยเป็นผู้นำก่อตั้งอาเซียนมาถึงปีที่ 41-42 จะช่วยสานต่อประชาคมอาเซียนให้ราบรื่นต่อไปได้ ต่อมาคุณสมัครเริ่มคุยถึงเรื่องพม่ากับอาเซียน ผมก็พะวงว่าการพูดโดยไม่มีบทเตรียมไว้ล่วงหน้าในเรื่องของสัมพันธภาพกับพม่าจะเป็นอันตรายมากหากพลาดพลั้งไป ผมตั้งใจฟังนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวชพูดเรื่องพม่าด้วยความหวั่นไหวในใจ แต่ก็โล่งอกไปได้ เมื่อเรื่องต่างๆที่ท่านพูดล้วนเป็นเรื่องประสบการณ์ส่วนตัวของท่านที่เคยมีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้นำพม่า และเยือนพม่า กับการที่ท่านทำกับข้าวเลี้ยงผู้นำพม่าครั้งที่มาเยือนประเทศไทยและไปกินข้าวที่บ้านท่าน พอเข้าเรื่องหุงข้าวต้มแกงผมก็สบายใจ
การบรรยายเรื่องอาเซียนของคุณสมัครที่กระทรวงการต่างประเทศในคืนวันที่ 8 สิงหาคม 2551 ทั้งที่พูดตามบทและที่ออกนอกบทผ่านไปด้วยความสนุกและสบายใจ แถมส่งท้ายด้วยคุณสมัครไปนั่งร้องเพลงไทยเดิมร่วมกับวงพิณพาทย์หน้าห้องจัดงาน ผู้ร่วมงานจากต่างประเทศและชาวไทยเลยมีความสุขสนุกสนานกันทั่วหน้า เป็นงานวันอาเวียนแบบที่ไม่เคยมีใครได้พบเห็นแบบนี้มาก่อนและจะไม่มีนายกรัฐมนตรีไทยคนไหนจะสามารถทำอาเซียนให้เป็นเรื่องสนุกร่าเริงและจริงใจได้อย่างที่ทำโดย “ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช” ในคืนนั้นได้อีกเลย
คุณสมัคร สุนทรเวช จากโลกไปแล้ว แต่ความทรงจำว่าด้วยบทบาทของท่านเกี่ยวกับอาเซียน แม้เพียงช่วงเวลาอันสั้น แต่ผมบันทึกไว้ด้วยความสุขและความร่าเริง และจะคงอยู่ในหัวใจของผมเป็นอมตกาล
สมเกียรติ อ่อนวิมล
24 พฤศจิกายน 2552